วิกฤต PM2.5 ปี 2569 พุ่งหนักภาคเหนือ ไทยเร่งมาตรการรับมือฝุ่นพิษ
20 เมษายน 2569 — สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะน่ากังวล โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง
รายงานล่าสุดระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานถึง 31 พื้นที่ และอยู่ในระดับ “สีแดง” ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพถึง 17 พื้นที่ โดยค่าฝุ่นบางจุดพุ่งสูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่บางพื้นที่ในจังหวัดน่านวัดค่าสูงผิดปกติอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน เมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ยังติดอันดับเมืองมลพิษโลก โดยมีสาเหตุหลักมาจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง รวมถึงมลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน
ภาคเหนือวิกฤตต่อเนื่อง
สถานการณ์ฝุ่นในปี 2569 ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง โดยมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน และพะเยา หลังค่าฝุ่นบางช่วงพุ่งเกิน 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือเกือบ 10 เท่าของค่ามาตรฐาน
ภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า ปัญหา PM2.5 ในภาคเหนือเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี และมาตรการควบคุมการเผายังขาดความชัดเจนและเอกภาพ
รัฐเร่งมาตรการ-ดูแลกลุ่มเสี่ยง
กระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยเน้นการป้องกันกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พร้อมเพิ่มการสื่อสารข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์
ขณะที่ภาพรวมประเทศ พบว่าหลายจังหวัดยังมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง และบางส่วนของภาคอีสาน ส่วนกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงเดียวกัน
ปัญหาเชิงโครงสร้างยังต้องแก้ระยะยาว
แม้แนวโน้มคุณภาพอากาศในบางช่วงจะดีขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรม การคมนาคม และการเผาในภาคเกษตร ซึ่งยังต้องใช้กฎหมายและนโยบายระยะยาว เช่น “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” เพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืน
ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ
สถานการณ์ฝุ่นพิษในปีนี้ไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพประชาชน แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่
https://www.facebook.com/122121384981177987/posts/122122612941177987

